วิธีแก้ iPhone ติด Recovery Mode บูทเข้าเครื่องไม่ได้

วิธีแก้ iPhone ติด Recovery Mode บูทเข้าเครื่องไม่ได้
หาก iPhone ของคุณติด Recovery Mode และไม่สามารถบูทเข้าเครื่องได้ บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีแก้ไขอย่างละเอียด เข้าใจง่าย ทำตามได้จริง
เลือกอ่านตามหัวข้อ

ปัญหา iPhone ติด Recovery Mode หรือเข้าโหมดกู้คืนและไม่สามารถบูทเข้าสู่ระบบปกติได้นั้น เป็นปัญหาที่ผู้ใช้หลายคนเจอบ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่อัปเดต iOS หรือกู้คืนข้อมูลด้วย iTunes แล้วเกิดความผิดพลาด บทความนี้จะช่วยคุณเข้าใจสาเหตุ พร้อมทั้งแนะนำ วิธีแก้ไข iPhone ติด Recovery Mode อย่างละเอียด เป็นขั้นตอนที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง

 

สาเหตุที่ทำให้ iPhone ติด Recovery Mode

 

ก่อนอื่นเรามาดูว่าอะไรคือสาเหตุที่อาจทำให้ iPhone ของคุณติดอยู่ใน Recovery Mode

  • เกิดข้อผิดพลาดระหว่างการอัปเดต iOS
  • ปัญหาจากการ Jailbreak iPhone ที่ไม่สมบูรณ์
  • ทำการ Restore iPhone ด้วย iTunes แล้วระบบค้าง
  • ฟีเจอร์ Find My iPhone เปิดอยู่ส่งผลต่อขั้นตอนรีเซ็ต/กู้คืน
  • ข้อผิดพลาดจากไฟล์ซอฟต์แวร์ภายในเครื่อง

 

จะรู้ได้อย่างไรว่า iPhone ติด Recovery Mode?

 

เมื่อ iPhone อยู่ใน Recovery Mode หน้าจอมักจะขึ้นเป็นไอคอน iTunes หรือ Mac พร้อมสายชาร์จ และไม่สามารถเข้าสู่หน้าจอปกติได้ บางกรณีอาจวน Restart อยู่ตลอดเวลา

 

วิธีแก้ iPhone ติด Recovery Mode ด้วยตัวเอง

 

1. ใช้ปุ่มกดเพื่อ Force Restart

 

ขั้นตอนแรกที่ควรลอง คือการทำ Force Restart ซึ่งอาจช่วยให้ iPhone ออกจาก Recovery Mode ได้:

  • iPhone 8 ขึ้นไป: กดปุ่มเพิ่มเสียงแล้วปล่อย → กดปุ่มลดเสียงแล้วปล่อย → กดปุ่ม Power (ด้านขวา) ค้างจนขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 7/7 Plus: กดปุ่ม Power + ปุ่มลดเสียง ค้างไว้ประมาณ 10 วินาที จนขึ้นโลโก้ Apple
  • iPhone 6s/SE (รุ่นแรก): กดปุ่ม Power + ปุ่ม Home ค้างไว้จนเครื่องรีสตาร์ท

 

2. ใช้ iTunes หรือ Finder กู้คืนระบบ

 

ถ้า Force Restart ไม่ได้ผล ให้ลองกู้คืนเครื่องด้วย iTunes (Windows) หรือ Finder (macOS Catalina ขึ้นไป)

  1. เชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ผ่านสาย Lightning
  2. หาก iTunes หรือ Finder ตรวจพบ iPhone ใน Recovery Mode จะแสดงหน้าต่างแจ้งให้คุณเลือก “Update” หรือ “Restore”
  3. เลือก “Update” เพื่ออัปเดต iOS โดยไม่ลบข้อมูล (หากยังใช้ไม่ได้ ค่อยเลือก “Restore” ซึ่งจะล้างข้อมูลทั้งหมด)

 

3. ใช้โปรแกรมบุคคลที่สามในการออกจาก Recovery Mode

 

มีโปรแกรมบางตัวที่ช่วยให้ออก Recovery Mode โดยไม่ต้องล้างข้อมูล เช่น:

  • ReiBoot by Tenorshare
  • iMyFone Fixppo
  • Dr.Fone – Repair (Wondershare)

ส่วนใหญ่ใช้งานง่าย มีโหมด “Exit Recovery Mode” ที่สามารถคลิกเพียงครั้งเดียว และบางโปรแกรมมีโหมด Repair ที่สามารถแก้ปัญหาซอฟต์แวร์โดยยังคงข้อมูลไว้ได้

 

4. ติดต่อศูนย์บริการ Apple หรือผู้เชี่ยวชาญ

 

หากใช้งานทั้งหมดแล้วยังไม่สามารถแก้ไขได้ แนะนำให้นำเครื่องไปติดต่อศูนย์บริการ Apple Authorized Service Provider หรือร้านซ่อม Apple ที่เชื่อถือได้

 

วิธีป้องกัน iPhone ไม่ให้ติด Recovery Mode อีก

 

  • สำรองข้อมูลสม่ำเสมอผ่าน iCloud หรือ iTunes
  • อัปเดต iOS เฉพาะจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
  • หลีกเลี่ยงการ Jailbreak
  • อย่าถอดสายหรือ Force Quit ระหว่างอัปเดต/กู้คืน

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

 

Q: การออกจาก Recovery Mode จะทำให้ข้อมูลหายไหม?

 

A: หากใช้วิธี Force Restart หรือโปรแกรมที่ไม่ล้างข้อมูล ข้อมูลจะยังอยู่ แต่ถ้าจำเป็นต้องกด “Restore” กับ iTunes จะล้างข้อมูลทั้งหมด

 

Q: ใช้ Mac ต้องเข้า Recovery Mode ผ่าน Finder อย่างไร?

 

A: macOS Catalina ขึ้นไปไม่มี iTunes ใช้ Finder แทน เมื่อเชื่อมต่อ iPhone แล้ว หากอยู่ใน Recovery Mode Finder จะแจ้งให้เลือก “Update” หรือ “Restore” เช่นเดียวกับ iTunes

 

Q: โปรแกรมออก Recovery Mode ปลอดภัยหรือไม่?

 

A: ส่วนใหญ่ถ้าเลือกโปรแกรมที่เชื่อถือได้ เช่น ReiBoot หรือ Dr.Fone ถือว่าปลอดภัย ใช้งานง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิค

 

สรุป

 

หาก iPhone ของคุณติด Recovery Mode ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะสามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเองในหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการ Force Restart, ใช้ iTunes/Finder กู้คืน หรือโปรแกรมจากผู้พัฒนาภายนอก อย่าลืมสำรองข้อมูลเป็นประจำ และหลีกเลี่ยงการใช้งานที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาซอฟต์แวร์ เพื่อยืดอายุการใช้งานของ iPhone ของคุณ

 

แชร์บทความนี้:

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด